วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ทริปกินซีฟู้ด ที่คลองโคลน สมุทรสงคราม ของเด็กเพิ่งเรียนจบ

ทริปนี้ประกอบด้วยฉันกับเพื่อนซี้ที่ชื่อมีมี่  มีมี่เป็นคนขับรถ นี่เป็นครั้งแรกที่เราออกจาก กทม ไปจ สมุทรสงคราม
มันเป็นวันเสาร์ เวลากลางวัน ที่รถติดมาก ๆ พอออกจาก กทม หนทางก็ยังดูน่าเบื่อ ภูมิทัศน์แห้ง ๆ แดดแรงไร้ร่มเงา เต็มไปด้วยฝุ่น
ทางเข้าที่หมายในคลองโคลนลึกพอสมควร เราตั้งใจจะกินอาหารทะเลที่ ร้านเกษร คลองโคลน หลังจากได้ยินกิตติศัพท์ทางอินเตอร์เน็ต
เราไปถึงตอนบ่ายแก่ ๆ มันเป็นร้านอาหารหน้าตาบ้าน ๆ กว่าที่คิด บรรยากาศสบาย ๆ เราเลือกที่นั่งริมน้ำ ซึ่งเป็นแค่คลองเล็ก ๆ ส่วนใหญ่เราจะก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียวโดยไม่สนใจดูรอบข้างเลย
เราอยากลองอาหารหลายอย่างมาก แต่มีกันแค่ 2 คน ก้อเกรงว่าจะกินไม่ไหว สุดท้ายอาหารก็เสิร์ฟไม่ครบ หายไป 2 อย่าง
เราก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร ขอสรุปมื้อนี้เลยละกัน
1. ปูไข่ทะเลนึ่ง เป็นเมนูเด่นของที่นี่ ราคาแพงที่สุด ควรลองอย่างน้อยสักครั้ง เรากับมีมี่ 2 คนกินจานเล็ก (ครึ่งกิโล) 600 บาท จานใหญ่ 1 กิโล 800 บาท ประมาณเย็น ๆ คนที่เพิ่งมาถึง จะอดกินปูไข่ เหลือแต่ปูเนื้อเท่านั้น
2. ฉันถูกก้ามปูบาดนิ้ว เลือดไหล ขณะที่มีมี่แกะปูรัว ๆ เผลอแป๊บเดียว เปลือกปูกองเป็นภูเขาเลย
3. ฉันอดกินหมึกผัดกะปิ มีมี่อดกินไข่เจียวกุ้ง ร้านกลัวว่าเราสองคนจะกินไม่หมดรึไงนะ
4. นั่งไปสักพัก แมลงวันมาเป็นฝูง มันจะชอบตอมปูมาก
5. ราคาย่อมเยาว์ดี สมกับหน้าตา และปริมาณ แต่รสชาติมันเป็นเรื่องของแต่ละคนเนอะ ค่อยว่ากันต่อ
เมนูที่ฉันตั้งใจมากินเป็นอย่างมาก …

หอยหลอดผัดฉ่า ยิ่งกินเข้าไปยิ่งรู้สึกว่าเครื่องมันไม่อร่อย หนักทางหวานเกินไป เหมือนน้ำเชื่อมเลย รสของกระเทียมเจียวฉุนมาก จนไม่รู้สึกว่านี่คือผัดฉ่า ฉันนึกเสียดายหอยหลอด รูปร่างอวบ ๆ เต่งตึง ดูมีชีวิตชีวาของมัน นอนสงบนิ่ง เหมือนยอมสิโรราบให้กับความทารุณของคนทำอาหาร
เมนูถัดมา ยำชะครามหมึก
ฉันไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วมันคือยำหอมเจียวรึเปล่า ร้านนี้มันยิ่งตอกย้ำให้ฉันเกลียดอะไรเจียว ๆ มาก ทั้งแข็ง และกลิ่นฉุน หลังจากพยายามเขี่ยหอมเจียวทิ้ง ฉันก็สัมผัสถึงรสชาติหวานอมเปรี้ยวของน้ำยำในใบชะครามนุ่มลิ้น
เมนูต่อมา ปลาทูราดพริกขี้หนู
ปริมาณจุใจมาก ทั้งปลาทู 4 ตัว ทั้งเครื่อง นี่ก็เป็นเมนูที่ใส่กระเทียมเจียวมากเกินพอดี เหมือนใส่มาให้ทิ้งเลย
เมนูทั้งหมด น่าจะยอดเยี่ยมมาก ถ้าไม่มีอะไรเจียว ๆ ล้นจนเกินไป น่าเสียดายจริง ๆ สุดท้าย ปูคือเมนูเดียวที่ไม่ใส่ขยะลงไป น้ำจิ้มเค้าอร่อยมากด้วย
มื้อนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 1041 บาท รวมข้าว 2 จาน และน้ำเปล่า 1 ขวด ความอิ่มอยู่ในระดับดีมาก ความพอใจในรสชาติมีดรอปลงบ้าง
กว่าจะกินเสร็จก็มืดค่ำแล้ว เราเดินทางต่ออีกไม่ไกลก็ถึงบ้านคลองโคลนรีสอร์ท สถานที่ ๆ รุ่นน้องปี 3 จัดค่าย ภาพก็ไม่ค่อยได้ถ่ายเลย เพราะกล้องถ่ายในที่มืดไม่ดี พอประมาณ 1 ทุ่มก้อนั่งกินอาหารทะเลอีก เรียกได้ว่ากินต่อเนื่องเลยทีเดียว นั่งกินสักพักก็ท้องเสีย ลุกไปเข้าห้องน้ำอีก 2 รอบ ห้องน้ำก็ไกลมากด้วย ต้องเดินผ่านสะพานไม้แคบ ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะก้าวพลาดตกน้ำเมื่อไหร่
ปีนี้สถานที่จัดค่ายฉีกแนวไปจากปีอื่น ๆ ที่เคยอยู่ริมทะเล มีลมพัดสะใจ แต่ที่นี่เป็นรีสอร์ทเล็ก ๆ มีจุดเด่นตรงที่มีพื้นที่น้ำโคลน ให้ประกอบกิจกรรมค่าย และทางเดินสะพานไม้น่ารัก ๆ ค่ำคืนนี้ไม่ค่อยมีลมโชย บรรยากาศรอบ ๆ เหมือนทุ่งนาตอนปล่อยน้ำ รอบ ๆ รีสอร์ทเปลี่ยวมาก ยังมีแขกคนอื่น ๆ นอกจากเด็กของเราพักอยู่ด้วย สักพักก้อไม่มีอะไรให้เราค้นหาอีก เราไม่ดื่มด่ำกับมันมากนัก หลังจากกิจกรรมบายศรี เราสองคนเลยกลับกรุงเทพทันทีโดยไม่ลังเล ในขณะที่เพื่อน ๆ นอนค้างต่ออีกคืน

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

Now is good มองให้มากกว่าหนังรักเรียกน้ำตา



การใช้ชีวิตนั้นสำหรับหลายคนก็เป็นเหมือนการเดินบนหนทางอีกยาวไกล ขณะที่คนอีกส่วนหนึ่งต้องใช้ชีวิตอย่างหวงแหนเพราะพวกเขาตระหนักอยู่เสมอกับเวลาที่เหลือน้อยเต็มที อย่างการตักตวงความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันของเทสซ่า สาวน้อยผู้นับถอยหลังสู่วันที่จะจากไปด้วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว เห็นได้ชัดว่าเธอเตรียมใจกับอนาคตที่จะเกิดขึ้น อย่างปล่อยวาง ขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งความฝัน เธอทำตามสิ่งที่ใจปรารถนาตามแบบฉบับวัยรุ่นอเมริกันที่กำลังสดใส เห็นได้จากการที่เธอแอบบันทึกรายการสิ่งที่ต้องทำก่อนตายไว้บนผนังห้องนอน (ซึ่งพ่อของเธอต้องอึ้งเมื่อได้เห็นเข้า)

เธอมีพ่อที่ทุ่มเทเวลาและแรงใจ เพื่อจะดูแลเธอให้ถึงที่สุด ด้วยความหวังว่าเธอจะมีชีวิตอยู่กับเขาไปนานๆ ถึงแม้จะไม่ถูกใจวัยรุ่นอย่างเธอตามประสาพ่อที่ห่วงและหวงลูกสาว แต่สุดท้ายทั้งสองก็เข้าใจกันและกัน และพ่อของเธอก็ต้องยอมรับความจริง



ความเห็นของพ่อเมื่อเทสพาเด็กหนุ่มข้างบ้านมาทำความรู้จัก
Father: It's a terrible day in a man's life when his daughter brings a boy home. I always thought if I killed the first one, word would get around.
----------------------------------------------------------------------------------------
เทสกล่าวกับพ่อตอนที่อยากให้พ่อกลับไปทำงานอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ต้องคอยดูแลเธออีกแล้ว
Tessa Scott: You're going to have a life again.
Father: I never had a life. I was an accountant.

เธอยังมีคาล น้องชายตัวน้อยวัยกำลังสดใสร่าเริงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน เหมือนเป็นตัวแทนของความไร้เดียงสาที่ยังไม่ประสีประสากับวัฏจักรความทุกข์โศกบนโลกนี้ เขาสร้างสีสันด้วยประโยคเด็ดๆ ได้ตลอด เช่น

Cal: When Tessa dies, can we go on a holiday?
 ---------------------------------------------------------------------------------------
Cal: Will I still be your brother when you're dead?
Tessa Scott: I'll still be around.
----------------------------------------------------------------------------------------
ฉากที่ทุกคนในครอบครัวต้องบอกลาเทสที่นอนนิ่งบนเตียง ไม่รู้จะตลกดีรึเปล่า ถึงจะเป็นสิ่งที่เด็กคิดแต่ก็ทำให้หลั่งน้ำตาได้เหมือนกัน
Mother: You should say goodbye, Cal.
Cal: No.
Mother: Come on, love, it's important.
Cal: It might make her die.
 ----------------------------------------------------------------------------------------
Cal: Bye Tess. Haunt me if you like. I don't mind.

ดูเหมือนเทสซ่าจะมองคาลด้วยความเอ็นดูเสมอ ณ ช่วงเวลานั้นเชื่อว่าเธอคงรู้สึกเสียดายที่จะไม่มีโอกาสได้เห็นน้องชายของเธอเติบโตขึ้นไม่น้อยไปกว่าเสียดายที่จะไม่มีโอกาสได้เห็นเพื่อนสาวคลอดลูก



เธอมีแม่ที่เริ่มกลับเข้ามาใช้ชีวิตอยู่พร้อมหน้ากันในครอบครัวมากขึ้นหลังจากที่เคยแยกทางกับพ่อไป เธอมีเพื่อนสาวคนสนิทที่มักทำอะไรคึกคะนองด้วยกัน



นอกจากนี้เธอยังมีเด็กหนุ่มข้างบ้านที่เพิ่งรู้จักกัน แต่ดูเหมือนเขาได้เข้ามาต่อลมหายใจที่เหลืออยู่ให้ดูมีชีวิตชีวา เธอได้มองสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างสดใสมากขึ้นที่ได้รู้สึกเหมือนเป็นวัยรุ่นตามปกติ ได้มีความรัก ได้มีแฟนหนุ่ม แม้ว่ามันจะทำให้เธอคาดหวังลึกๆว่าจะได้เห็นวันต่อไป แต่สุดท้ายเธอก็พยายามปล่อยมันไปอย่างที่เธอได้บอกกับเขาก่อนที่เขาจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยว่า

 ฉันจะกลับมาในฐานะคนอื่น เป็นสาวผมยุ่งๆที่เดินเข้ามาถามว่าเรียนอะไร” (แล้วหนุ่มข้างบ้านก็ตอบว่า  “ฉันจะตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบอีกครั้ง”)
ในช่วงท้ายๆของชีวิต เขายังนอนอยู่เคียงข้างเธอด้วย (ดีนะที่บ้านอยู่ข้างๆกัน ถ้านี่เป็นหนังเกาหลีคงต้องตั้งชื่อเรื่องว่า ยัยใกล้ตาย กับนายข้างบ้าน ซะแล้ว)



สำหรับเรื่อง Now is good เป็นหนังแนวดราม่า โรแมนซ์ ที่นำเสนอเรื่องราวของครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน และความรักหนุ่มสาว ที่ผสานรวมกันเบาๆ ไม่หนักหน่วงจนเกินไป สุดท้ายมันก็บอกกับเราอย่างเรียบง่ายว่า ชีวิตนี้ก็คือปัจจุบัน สุดท้ายก็ต้องปล่อยมันไป อย่างที่เทสต้องประสบ ตามที่เธอได้พูดสิ่งที่เธอเข้าใจในชีวิตไว้ว่า 

“Moments, our life is a series of moments, each one a journey to the end. Let them go, let them all go, our life is a series of moments. Let them go, moments, all gathering toward this one.”

จริงอยู่ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ชะตากรรมของตัวเองเหมือนอย่างเทส แต่เราก็คงไม่ประมาทที่จะมีชีวิตอยู่ไปวันๆ เพราะเห็นว่ามันยังไม่ใช่วันสุดท้ายของชีวิตใช่ไหมล่ะ