วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รีวิวลิปบาล์มอเมริกาที่ซื้อตามกระแส

ลิปบาล์มพวกนี้ผลิตที่อเมริกา และราคาย่อมเยาว์(ในอเมริกา) จัดอยู่ในลิสต์ยอดฮิตในบ้านเรา ที่ต้องหามาลองให้ได้ ขาดตัวนึงคือ Burt’s bee เนื่องจากผู้เขียนยังไม่อยากซื้อลิปมาสะสมอีก มันจะเยอะเกิน
1. Carmex
รู้สึกถึงริมฝีปากที่ยังคงความชุ่มฉ่ำตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ปากนุ่มเหมือนหมักเนื้อ ปากไม่แห้งแตกเลย และอยู่ได้นานมาก กลิ่นเหมือนร้านขายยา ทาแล้วเย็นปากเล็กน้อย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากๆ ครั้งแรกซื้อแบบหลอด (10 g) มา เห็นแพคเกจรู้สึกถูกใจ มันดูโหดเหมือนหลอดกาวเลย หลังๆ บีบแล้วชอบออกมามากเกิน แบบกระปุก (7.5 g) จะใช้ง่ายกว่า ถ้าไม่อยากสั่งในเน็ต เท่าที่รู้ก็มีขายใน Tops ใต้ Robinson บางรัก มีให้เลือกมากมาย
ซื้ออีกไหม ตอนนี้ซื้อกลิ่นเชอรี่ SPF 15 เก็บไว้แล้ว
2. eos

จุดสำคัญที่ซื้อมาเพราะมันเป็นลิป organic และไม่มี petrolatum เค้าว่ากันว่ากลิ่นมันหอม และรสหวานด้วย ซื้อสีเขียวอ่อน honeydew honeysuckle มา แกะออกมากลิ่นเหมือนยางลบเลย แฟนบอกว่ากลิ่นเหมือนแอร์รถยนต์ สรุปกลิ่นนี้ไม่ผ่าน แล้วเราก็ไม่ได้ซื้อลิปมาเลียกิน อาจเป็นเพราะมันไม่ได้ใส่ petrolatum ทำให้ทาแล้วปากด้านๆ เหมือนไม่ได้ทา ไม่มีความชุ่มฉ่ำ  ความรู้สึกเหมือน NIVEA หลายๆ ตัวที่เคยใช้ ต้องทาซ้ำบ่อยๆ มันจะเคลือบปากบางๆ เหมาะแก่การทาแล้วไปกินข้าว
ซื้ออีกไหม ไม่ นอกจากจะได้ราคาอเมริกา
3. Smith’s Mocha Rose Lip Balm
ปริมาณเยอะถึง 22 g คิดว่า 2 ปีก็คงใช้ไม่หมดถ้าไม่ได้อยู่ในที่หนาวๆ เห็นเค้านิยมทาส่วนอื่นๆในร่างกายด้วย ลิปบาล์มอยู่ใน tin package ดูคลาสสิคมาก สีสันสดใสเหมือนกระปุกขนมหวานมากกว่าลิปซะอีก ยังไม่ได้เปิดฝาก็ได้กลิ่นช็อคโกแลตแล้ว กลิ่นหวานสุดๆ  ชวนให้นึกถึงทอฟฟี่สมัยเด็ก ทาแล้วปากชุ่มฉ่ำดีมากพอๆ กับ carmex แต่ไม่เย็น สำหรับกลิ่น Mocha Rose นี้ราคาในห้าง up to 400  THB หาซื้อในเน็ตเจอตั้งแต่ 250 THB
ซื้ออีกไหม สนใจลองกลิ่นอื่นบ้างเหมือนกัน

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

หัวหิน เมืองเนรมิต

ขณะนี้คือช่วงปลายปีแห่งการท่องเที่ยว นี่เป็นการมาเยือนหัวหินครั้งแรก ผู้เขียนได้ที่พักฟรี 1 คืนจากบริษัทของคู่หู ที่โฮมสเตย์แบบบ้านๆ ริมทะเล เท่าที่ค้นหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวหัวหินจากในเน็ต รู้สึกไม่ใคร่อยากจะไปที่ไหนเป็นพิเศษเลย
ต่อไปนี้เป็นรายการสถานที่ที่ผู้เขียนกับคู่หูไปตามกระแสเค้า

1. โฮมสเตย์ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว ติดหาดหัวหิน
วันนี้ฟ้าครึ้มอากาศหนาวตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ บ่ายๆ ตอนไปถึง น้ำทะเลสูงมาก และค่อยๆ ลดลง คลื่นแรง ลมแรง มองไม่เห็นหาดทราย มีเพียงขอบสูงๆ กั้นไว้ ภาพคนขี่ม้า และเล่นน้ำจากในเน็ตสลายวับไปกับตา เห็นรีสอร์ท โรงแรมเรียงเป็นแถบตามยาว มันค่อนข้างจะสร้างติดกับทะเลมาก แทบมองไม่เห็นหาดเลยในวันที่คลื่นแรงๆ อย่างนี้ นึกแล้วสงสารหาดทราย มีทั้งบันไดซีเมนต์ ที่กั้นคลื่น อะไรไม่รู้เต็มไปหมด


2. ตลาดน้ำหัวหินตอนหาข้อมูลในเน็ต เราไม่รู้มาก่อนว่าพอไปถึง มันจะไม่มีป้าย แถมยังร้างสนิท ด้วยความที่ไม่มีผู้คนมาให้รกสายตา มันเลยดึงดูดให้เราสละเวลาเดินเล่นอยู่ในนั้น



จินตนาการว่าไวรัสซอมบี้เพิ่งมาลงที่นี่ไปหมาดๆ เลยเป็นเมืองร้างที่ยังหลงเหลือร่องรอยของความวุ่นวายอยู่



น้ำที่เป็นสีเขียวไข่กาดูแปลกตาสำหรับเรา เราถ่ายรูปกันอยู่พักใหญ่ก่อนเดินทางไปจุดหมายต่อไป

3. ตลาดน้ำสามพันนาม
ถัดมาใกล้ๆ จากตลาดน้ำร้างคือตลาดน้ำสามพันนามที่มีทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติมากมาย มันเป็นบ่อที่ถูกขุดขึ้นมาจำลองให้เป็นตลาดน้ำ



ใช้เวลาเดินไม่นานก็ครบรอบเพราะสำหรับเรานั้นไม่มีอะไรน่าดึงดูดและเป็นเอกลักษณ์นัก ของขายมีตั้งแต่พวกของที่ระลึกและของฝากที่พบเห็นได้ทั่วไปและมีราคาแพงกว่าปกติ ไปจนถึงของที่มักพบตามตลาดนัด ร้านซีดีเถื่อนก็ยังมี



เราค่อนข้างผิดหวังกับที่นี่ อาหารมีน้อยมาก(แต่อาหารปลามีขายทุกมุมเลย) เดินวนรอบบ่อแปบเดียวก็สุดแล้ว



4. สถานีรถไฟหัวหินทีแรกเราต้องการไปเขาหินเหล็กไฟ แต่โครงการก็พับไปซะก่อน เลยแวะมาที่นี่ น่าเสียดายที่ห้องสมุดรถไฟปิดในวันนั้น



เรานั่งกินขนมปังอยู่สักพัก มองสถานี นึกถึงสถานที่ต่างๆ ยิ่งตระหนักว่าหัวหินนี่ช่างเป็นเมืองที่ร่ำรวย และดูดีในแบบของเค้า  จากการที่เห็นสิ่งก่อสร้างเฟคๆ ทั้งหลายทั้งแหล่ข้างทางที่พยายามดึงดูดผู้คน มันสวยสะดุดตาในครั้งแรก แต่ยิ่งมองยิ่งว่างเปล่า



5. พระราชนิเวศน์มฤคทายวันสายวันนี้อากาศร้อน และแดดแรงมาก ถ้าเช่าจักรยานมาปั่นชมรอบบริเวณจะดีกว่า เพราะรอบๆ ค่อนข้างกว้างและไม่มีร่มเงา



ที่นี่เคยเป็นที่ประทับของ ร.6 ทั้งหญิงและชายควรจะใส่กางเกงที่ยาวเลยเข่ามาชมวัง ไม่อย่างนั้นจะต้องเดินใส่ผ้าถุง เราเสียค่าเข้า และค่าชมวังต่างหาก และห้ามถ่ายรูปบนวัง



6. เพลินวานเราไม่ได้สังเกตเลยว่าขับรถผ่านเพลินวานแล้ว ทางเข้าแฝงตัวได้เนียนไปกับเมืองได้ขนาดนี้เล่นเอาต้องวนรถกลับมาอีก ด้านในมีการตกแต่งแบบจัดเต็มจนดูเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง



เรานึกถึงหนังจีนสมัยก่อน ผสมกับงานวัด ขนมถังเต็มเป็นสิ่งหนึ่งที่ชอบในนี้ มันคือลูกผสมระหว่างขนมเบื้องกับขนมถังแตก ที่นี่มีหลายไส้ให้เลือก วางบนครีมแบบขนมเบื้องที่หอมกลิ่นดอกนมแมว(สังเคราะห์) ที่ไม่เคยได้กลิ่นมานานแล้วความหอมหวานยังคงติดปากแม้จะกินหมดไปนานแล้ว



ของขายหลากหลายถูกใจวัยรุ่นมากกว่าตลาดสามพันนาม ราคาแพงพอๆ กัน ชั้นสองน่าเดินกว่าชั้นล่างสุด (ส่วนชั้นสามเป็นห้องพักที่แพงมาก)  พื้นที่ไม่กว้างนัก เพลินแก่การเดินเที่ยวครั้งแรก ถ้าให้มาครั้งที่สองคงขอลา



สรุปคือที่นี่มีสถานที่ขึ้นชื่ออยู่ไม่ไกลกันมาก วันนึงสามารถไปเที่ยวได้หลากหลายที่ เหมาะแก่เวลาที่จำกัดอย่างเสาร์ไป อาทิตย์กลับกรุงเทพฯ ชีสเชดมีขายแทบทุกที่ เมืองจำลอง ศูนย์การค้า สวนสนุกดูจะเป็นจุดขาย เหมาะแก่การถ่ายรูปและหาไอเดียทางสถาปัตยกรรม ซึ่งไม่ใช่สไตล์ผู้เขียนที่ชอบความเป็นธรรมชาติ ถ้าให้เลือก ก็คงไม่มาอีก

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ฟันของเราไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิด

คุณเคยฝันว่าฟันคลอน หรือหลุดไปบ้างไหม ฉันเป็นคนนึงที่ฝันบ่อยมาก มันสมจริงซะจนไม่รู้ว่าเป็นแค่ความฝัน เล่นเอาจิตตกมากๆ เหมือนมันเป็นวันมหาวิปโยคของโลกเลยทีเดียว

นึกภาพดูสิ พอคุณตื่นขึ้นมาก็ยิ้มร่า ดีใจมากที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง ก็อยู่เฉยๆ ฟันคุณจะหลุดได้ยังไงกันล่ะ ฝันไปเถอะ

แต่ฟันของฉันมันไม่รักกันแล้วน่ะสิคะ ขนาดก็ใหญ่โต ที่ก็คับแคบแออัด แต่ละซี่ยิ่งไม่ถูกชะตากันไปใหญ่ ต่างก็หันหน้าไปคนละทิศละทาง เกี่ยงงานกันทำอีก ด้านซ้ายอ่อนแอกว่าหน่อย แถมยังถูกด้านขวาโยนงานให้บดเคี้ยวบ่อยๆ อีก

ฟันกรามด้านซ้ายเสียวง่ายกว่าเพื่อนแต่ฉันก็ยังนิ่งนอนใจ ด้วยวัยแค่นี้ฟันมันคงไม่เป็นไรมากหรอก ฉันคิดอย่างนั้น

จนกระทั่ง ใกล้ความฝันมากขึ้นทุกที ทั้งสมจริงทั้งเจ็บปวด ถ้าฉันเคี้ยวอะไรแข็งๆ ด้านซ้ายจะรู้สึกเจ็บทันที ฉันล่ะเกลียดพ่อค้าแม่ค้ามักง่ายที่ชอบซื้อกระเทียมเจียวสำเร็จรูปแข็งๆ มาใส่อาหารซะจริงๆ พักหลังฉันเลือกกินมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้คิดจะไปหาหมอฟัน

และแล้ววันหนึ่งความฝันก็เป็นจริง ขณะฉันกำลังเคี้ยวมื้อเที่ยงอยู่ ก็ได้ยินเสียงกร็อบดังสนั่นหัว เหมือนกับไปเคี้ยวกระดูกเข้า ความเจ็บปวดหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ ฉันใช้ลิ้นคลำหาของแข็งอันนั้นในปาก แต่ก็ไม่พบ ฉันค่อยๆ เคี้ยวอาหารทั้งหมดที่เหลือในปากด้วยฟันอีกข้างอย่างช้าๆ สุดท้ายก็ไม่เจอของแข็งนั่นเลย

หลังจากนั้นฉันก็เคี้ยวอะไรด้วยข้างซ้ายอีกไม่ได้เลย มันปวดมากๆ ฉันมีลางสังหรณ์ว่ามันจะไม่กลับมาเหมือนเดิม 2-3 วันผ่านไปก็ยังเหมือนเดิม ฉันจึงวางแผนไปตรวจที่คลินิค

พอไปตรวจก็พบว่าฟันแตกแบบผ่ากลางเลยอาการหนักเกินเยียวยา ต้องถอนอย่างเดียว พระเจ้า ฉันยังไม่ทันแก่ รู้สึกช็อคและยังทำใจไม่ได้ จู่ๆ ก็ต้องเสียทั้งฟัน และเงินในกระเป๋า

ฉันใช้เวลาทำใจอยู่นานนับสัปดาห์จนกระทั่งเริ่มปวดฟันบ่อยขึ้น แม้ยังไม่ได้เคี้ยวอยู่ แต่ความปวดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนหัวจะระเบิด เหมือนเป็นหงอคงที่โดนพระถังซัมจังทำโทษ 2 ครั้งด้วยกัน ยาพาราสิริรวม 2 เม็ด ฉันตัดสินใจลาจากฟันกรามน้อยซี่นั้น

วินาทีนั้นฉันร้องไห้น้ำตาท่วมด้วยความรู้สึกโศกเศร้าสิ้นหวังในชีวิต

ฉันมีปัญหากับฟันมาตั้งนานแล้ว ตอนเด็กๆฉันไม่เคยไปหาหมอฟันเลย ฟันน้ำนมก็ใช้ลิ้นดันให้มันหลุดเอง บางครั้งพ่อก็ใช้คีมถอนออกให้ พอเริ่มโตก็สังเกตว่าฟันเบียดกันแน่นเต็มปาก ต่างก็เกออกคนละทาง ที่หนักๆ คือฟันหน้าที่ยื่นเลยเพื่อนออกมา ทำให้ปากดูไม่เท่ากัน
พอไปขูดหินปูน หมอเห็นฟันเรียงตัวแปลกๆ หมอเลยส่งตัวไปเอ็กซเรย์ แล้วเจอฟันคุดซ่อนอยู่เพียบเลยตั้งแต่ ม ต้น หมอทั้งห้องนี่เข้ามาดูฟิล์มกันใหญ่เลย พูดอะไรกันก็ไม่รู้ที่เราไม่เข้าใจ แต่คำที่เราได้ยินบ่อยมาก คือ Impact ฟันคุดของฉันถูกผ่าออกข้างนึงในปีแรกหมอนัดมาถอนอีกข้างปีหน้า เพราะกลัวฉันรับไม่ไหว รู้สึกว่าหมอมือหนักมากเลยค่ะ ทรมานมากๆ เลย เจ็บทั้งระหว่างถอนและหลังถอน กินอาหารไม่ได้ 2-3 สัปดาห์
ปีต่อมาฉันไปผ่าอีกข้าง หมอมือเบามาก ไม่เจ็บเลยค่ะ หลังผ่าเสร็จแทบจะกินอะไรอ่อนๆ ได้ทันที

พูดถึงการถอนฟันครั้งนี้บ้าง ปัจจุบันฉันอยู่ กทม ไม่ได้อยู่บ้านเกิดที่มีสิทธิประกันสุขภาพที่นั่น แต่ฉันยอมเสียเงินเข้าคลินิค เพื่อแลกกับความสบายตัว และสบายใจที่ไม่ต้องผ่านระบบ รพ ลาดกระบัง (ที่ใกล้ที่สุด แต่ไม่น่าเข้าเลยสักนิด)

ฉันไม่เคยถอนฟันมาก่อน และฟันข้างนี้ก็มีปัญหาด้วยเลยทำให้กลัวเจ็บมากๆ แต่หมอสาวของที่นี่ก็พูดให้เราสบายใจขึ้น ไม่บ่นเรื่องปัญหาในปากเราเหมือนตอนเราไปขูดหินปูนแถวบ้าน หมอมือเบามากเลยค่ะ รู้สึกว่ายาชาเดี๋ยวนี้มันดีขึ้นเยอะกว่าตอนผ่าฟันคุด (ตอนนั้นเคยสงสัยว่าเค้าฉีดยาชาเราไปรึยังวะ)

ผ่านไปหลายชั่วโมงยังชาปากอยู่เลย แอบเป็นสาวกยาชาเข้าซะแล้ว ถ้ามีให้เสพทุกวันคงจะดี

ขณะนี้ฉันดึงผ้าก๊อซออกแล้ว ยังมีรสชาติของเลือดในปากบ้าง คิดว่าเหงือกเปลือยๆเป็นอะไรที่ชวนช็อคแล้วช็อคอีก แต่รากฟันกรามหลายๆ ซี่ที่เหลือ มันละลายจนเกินเยียวยายิ่งทำให้ช็อคเข้าไปใหญ่ ไม่อยากนึกเลยว่าอนาคตฟันของฉันจะเป็นยังไง

ฉันอิจฉาคนที่ขากรรไกรใหญ่เพียงพอกับฟัน และคนที่ฟันเรียงตัวสวย ฉันจะขอดีใจด้วยมากถ้าคุณดูแลฟันดีๆ

ถ้าฉันย้อนเวลาได้ฉันคงจะต้องรู้จักประมาณความสามารถมันด้วย เพราะฟันเราไม่ได้มีไว้เคี้ยวทุกอย่างเหมือนอย่างที่ฉันเคยสวาปาม ฉันคงจะถอนฟันน้ำนมแบบคนปกติเค้า ไม่กัดปลายดินสอเพื่อเอายางลบออกมา ที่แน่ๆ ฉันยังหาช่วงเวลาในอดีตที่จะจัดฟันไม่ได้จริงๆ ด้วยความไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน ตอนนี้ฉันทำได้เพียงแค่กินของเหลวเท่านั้น

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Review : เปลี่ยนสีผมเองด้วย Caring Smoothie Shake no.7 หัวสวย ใช้ง่าย ไม่แพ้

นั้วเป็นคนมีผมสีดำเข้มมาก ไม่เคยยืดผม หรือทำมิดีมิร้ายอะไรกับผมมาก่อน
จนกระทั่งหน้าร้อนที่ผ่านมา นั้วทำสีมันด้วย Smoothie Shake XL no.5 สีบลอนด์ประกายเงินอมเขียว

ระหว่างทำสีผมจะค่อนข้างเลอะเทอะ น้ำยาไหลตกลงพื้นได้ตลอด
ผลออกมาสีผมดูไม่ต่างจากเดิมเลย ต้องผ่านไปหลายเดือนจึงจะเริ่มสังเกตเห็นสีผมจางลงเป็นสีน้ำตาล เคยเห็นคนรีวิวว่าโฟมมักติดไม่ทน ทีแรกนึกว่าสีจะหลุดซะอีก สุดท้ายผมส่วนที่ย้อมไปก็ไม่กลับมาเป็นสีดำอีกเลย


ผ่านไปครึ่งปี ถ้ามองดีๆ จะเห็นสีผมต่างกัน ระหว่างดำเข้ม กับน้ำตาลเข้ม พอต้นเดือนธันวา นั้วก็ตัดสินใจปัดฝุ่น Smoothie Shake no.7 สีบลอนด์อ่อนมากที่เคยซื้อมาเก็บไว้เนิ่นนาน ในใจก็กล้าๆ กลัวๆ ว่ามันจะเล่นงานหัวเราไหม   อุตส่าห์ซื้อสีนี้มาทั้งที่ ถ้าไม่ใส่ผง Bleaching ที่แถมมาด้วย (เฉพาะไอ้นี่เท่านั้น) ก็เสียดายของ 


สุดท้ายนั้วก็ใส่มันทั้งหมดลงไปในกระป๋องเชค ระหว่างปฏิบัติการรู้สึกพอใจมากๆ โฟมที่เราเขย่าเกาะติดหัวดีมาก ไม่ไหลตกเยิ้ม อาจเป็นเพราะมันเป็นไซส์เล็ก และผมนั้วก็ยาวกว่าคราวก่อนเยอะ ไม่รู้สึกแสบหรือคันหนังศีรษะเลย
พอครบ 30 นาที ล้างน้ำออก เห็นความเปลี่ยนแปลงของสีผมชัดเจน


พอผ่านไปหนึ่งวันถึงสระผมอีกครั้ง ผมเป็นสีน้ำตาลอมส้ม ดูแล้วไม่แรงจนเกินไป เวลาเขียนคิ้วก็สบายด้วย เพราะมีดินสอสีน้ำตาลอยู่แล้ว ไม่ต้องเลือกซื้อสีอื่นอีก


ถือว่าโอเคเลยทีเดียว สำหรับโฟมเปลี่ยนสีผม Smoothie Shake no.7 สีบลอนด์อ่อนมาก ราคาแถวบ้าน 159 บาท ทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน แม้ผมยาวสีเข้มมาก แค่กระป๋องเดียวเอาอยู่ ได้ผมสีอ่อนกว่าที่คิด สีกระจายสม่ำเมอ ไม่แพ้ด้วย