วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

ทริปสีเขียว @จันทบุรี วันที่สอง

วันพุธที่ 18 มีนาคม 2557

ฉันติดหนึบบนที่นอน จนสาย ๆ ก้อออกไปหาอะไรกินกันกับมีมี่ เราไปนั่งกินข้าวหมกไก่ที่ซุปรสชาติเหมือนขนมตังเม ไม่ก้อถุงพลาสติกต้ม

จุดหมายแรกวันนี้คือโอเอซิส ซีเวิลด์ เรานั่งมอเตอร์ไซด์ไปไกลมากกว่าจะถึง มีมี่ขับไวมาก เพื่อไปให้ทันเวลาดูโชว์รอบบ่าย เราแวะซื้อน้ำดื่มกับบันบัน และ Crush ของโปรดมีมีระหว่างทาง

ช่วงก่อนถึงทางเข้า สะดุดตากับหอยนางรมสดที่ขายข้างทางหลายเจ้า รู้สึกอยากเอามาทำข้าวผัดหอยของโปรด

พอไปถึงยังพอมีเวลาเหลือเฟือ เราซื้อบัตรผู้ใหญ่คนละ 130 บาท เดินผ่านเข้าประตูเห็นผู้ชมชาวไทยมากมายนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

  

น้ำในบ่อโลมาสีเขียวเข้ม ไม่สดใสเท่าไหร่ น่าสงสัยว่าจะลึกเท่าไหร่กันนะ เราจับจองที่นั่งที่คิดว่าเห็นโชว์ชัดที่สุด และนั่งอยู่สูงจากบ่อมาก ภายหลังก้อพบว่าคิดถูก เมื่อโลมาโชว์พ่นน้ำกระจายไปทั่วจนคนต้องวิ่งหนี ดูแล้วฮาจริง ๆ มีเพลงประกอบที่หลากอารมณ์สุดขั้วมาก ๆ ทั้งลูกทุ่ง สากล มิกซ์กันตลอดทั้งการแสดง จนบางทีรู้สึกคันหู โลมาก้อมีดื้อบ้าง ฉันว่าการดูโลมานี่เจริญใจกว่าการดูโชว์จากสัตว์กินเนื้อซะอีกนะ

หลังจบโชว์ เราเดินเล่นข้างนอก ที่นี่ยังมีแสดงปลาหมอ ปลาการ์ตูน บริการถ่ายรูปกับโลมาอีกด้วย แดดแรงมาก แต่ก้อยังอยากเดินเล่นนาน ๆ ไม่รู้เป็นอะไรอ่ะ

ฉันถูกใจกับอนุสาวรีย์เงาะและทุเรียน

ฉันคิดว่าป้ายโลมาคู่ก้อน่ารักดี เราก้อน่ารักเหมือนกัน

มีจุดให้พักผ่อนสีสันสดใสหน้าร้านขายของที่ระลึก พอถึงตรงนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวให้เห็นแล้ว เพราะส่วนใหญ่มาแล้วก้อรีบกลับ

  

ขากลับ ฉันหาซื้อหอยนางรมสด และเลือกแผงลอยลำดับที่สองแม่ค้ายิ้มมาแต่ไกล และลดจากป้าย 50 เป็น 40 บาท หอยดูสดใสมาก แค่เห็นแล้วจินตนาการ น้ำย่อยก้อมาแล้ว แต่ฉันก้อยังกินสด ๆ แบบนี้ไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่ได้ซื้อถึงที่ กว่าจะยัดถุงหอยใส่รถได้ต้องเทน้ำในนั้นออกไปแทบหมด

ฉันเริ่มคิดหนักกับจุดหมายต่อไป มีมี่อยากให้ฉันลงเล่นน้ำตกพลิ้วที่มาปลาแหวกว่ายเต็มไปหมด  (เราเคยไปเมื่อทริปก่อน) ฉันยังทำใจไม่ได้ ฉันเลยเสนอให้ลองไปน้ำตกอีกแห่งที่ฉันยังไม่เคยไป และฟรีด้วย เราจึงไปถึงน้ำตกคลองนารายณ์ ทางเข้าเป็นป่าครึ้มมาก และทางขึ้นก้อเป็นดินลูกรังชัน ๆ ขึ้นไปลำบากจริง ๆ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมารุกราน ถึงได้คงความเป็นธรรมชาติไว้

ขึ้นไปถึง รู้สึกหิวมาก มีร้านส้มตำและลูกชิ้นฮอทดอกเพียงร้านเดียว เลยสั่งส้มตำกั้งมาลองกินดู เป็นการกินกั้งครั้งแรก และไม่คิดจะมีครั้งต่อไป เปลือกมันแข็งมาก ต้องเลาะเนื้อที่มีอยู่น้อยนิดด้วยความยากลำบาก กินเปล่า ๆ แล้วเลี่ยน ส่วนรสชาติส้มตำก้อพอได้ เผ็ดมากจนกินไม่หมด เผ็ดจนลิ้นรับรสบัน บันไม่ได้เลย

ลักษณะของน้ำตกนี้จะมีหลายชั้น และทางเดินที่ทำขึ้นสิ้นสุดเพียงแค่ไม่กี่ชั้น ที่เหลือต้องปีนป่ายโขดหินก้อนใหญ่ไป ส่วนใหญ่คนที่เห็นที่นี่มักจะเป็นวัยรุ่นในท้องถิ่น พระสงฆ์ก้อเยอะยังกับมีวัดตั้งอยู่ชั้นบนสุดเลยทีเดียว วันนี้ฉันได้บทเรียนคือการจะมาเดินหาน้ำตกที่นี่ให้สนุกไม่ควรแบกสัมภาระพะรุงพะรังแบบนี้ และไม่ควรใส่รองเท้าคู่โปรดที่เราทะนุถนอมมา

 

ระหว่างปีนป่าย จะมีเจอแอ่งน้ำที่ตื้นเขินมากแทรกอยู่ เราเจอแอ่งที่พอจะมีน้ำมากพอให้แช่ใกล้ที่สุดก้อตรงนี้ ฉันเห็นบางคนที่ไปต่อข้างบน และบางคนเดินกลับลงมา แต่ทำได้เพียงมองปริบ ๆ เพราะไม่อยากเดินขึ้นไปด้วยรองเท้า crocs แรก ๆ ก้อขลุกขลักพอสมควรกับการมองหาที่ยึดเกาะ หลังจากนั้นมีมี่ก้อเปลี่ยนไปใส่กางเกงว่ายน้ำ เซ็กซี่ที่สุดเลย

 

ในที่สุดฉันก้อยอมลงไปในน้ำหลังจากที่บ่ายเบี่ยงมานาน น้ำเย็นจัด มีปลาแหวกว่ายเห็นชัดเจน แต่ประชากรไม่หนาแน่นเท่าแอ่งในน้ำตกพลิ้ว

เราปีนป่ายโขดหินกลับและแอบหลงทางนิดนึง เห็นโขดหินพวกนี้แล้วตาลาย เราจึงตัดสินใจกลับด้วยเส้นทางเดิม ที่นี่ไม่ค่อยมีผู้คนจริง ๆ ด้วย

วันนี้จบทริปด้วยการแวะตลาด ฉันซื้อเห็ดหอมไปเป็นวัตถุดิบในข้าวผัดหอยนางรม ที่นี่ของกินเข้าตาเยอะจนเลือกไม่ถูกเลย ทั้งในตลาดและรถเข็น และแล้วฉันก้อได้แกงป่าไก่ (ที่ตอนแรกนึกว่าเป็นไก่ผัดฉ่า) ไปกินเป็นมื้อเย็นด้วย ส่วนมีมี่ได้แกงหมูเลียง

พอเปิดกระเป๋าตังค์ดูอีกทีเงินฉันก้อเหลือไม่ถึงร้อยแล้ว หลังจากวันนี้ มีมี่ก้อเลี้ยงฉันโดยตลอด

มีมี่แวะซื้อน้ำปั่นเลี้ยงนัวเนียด้วย มีมี่กินโอรีโอปั่น นัวเนียกินไวท์มอลต์ รสชาติอร่อยดี แต่แพงอ่ะ แก้วละ 30 บาท

ก่อนลงมือทำมื้อเย็นด้วยกันเราแวะไปเดินตลาดสดแถวบ้านมีมี่ด้วย ฉันเห็นอันนั้นก้อน่ากิน อันนี้ก้อน่ากินตลอดเลย และแล้วฉันก้อได้เห็ดหูหนูเพิ่มเข้ามา

เราช่วยกันทำข้าวผัดหอยนางรม มีมี่ช่วยคนข้าวผัด แล้วเราก้อแบ่งวัตถุดิบไว้ทำกินพรุงนี้เช้าสำหรับออกเดินทางไปทะเลด้วย หอยนางรมอร่อยมาก ๆ อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันทั้งชุ่มฉ่ำ ได้กลิ่นหอม ไม่เหมือนหอยในเมือง จนรู้สึกไม่อยากกินแกงป่าไก่เลย นั่งเขียนบล็อกไปยังรู้สึกว่าท้องเริ่มหิวแล้ว อยากกลับไปกินหอยนางรมอีกจัง

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

ทริปพุงกาง วันแรก @จันทบุรี

ทริปครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่พวกเราไปเที่ยวด้วยกันที่จัน ที่ ๆ มีบ้านมีมี่ ครั้งนั้นเรามีข้อจำกัดในการถ่ายรูป และการเที่ยว เราถ่ายภาพด้วยมือถือ Samsung ราคาถูก ๆ (แต่คุณภาพตอนแดดดีก้อโอเค) แถมยังต้องเตรียมตัวสอบวิชา Signal อีก มาครั้งนี้เราเรียนจบแล้ว ไม่มีเรื่องให้กังวลเท่าไหร่ และมีกล้องดี ๆ ราคาไม่แพงไว้เก็บความทรงจำ

ต้องบอกไว้ก่อนว่าไดอารี่นี้เน้นถ่ายรูปคนจ้ะ

วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม 2557

ฉันรีบเร่งเก็บของออกจากหอพักเป็นครั้งสุดท้าย และยกกล่องหนัก ๆ ไปที่ไปรษณีย์องครักษ์เพื่อส่งกลับบ้าน ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันกับมีมี่จะขนกันไปได้อย่างราบรื่นโดยขับมอเตอร์ไซด์ ได้มีมี่มาช่วยแบกกล่องให้ มีมี่ของนัวเนียเก่งที่สุด

เราจัดกระเป๋า แล้วออกเดินทางไปหมอชิตกันตอนค่ำ ๆ ฉันแวะซื้อตั๋วกลับน่าน แล้วเราก้อไปซื้อตั๋วไปจันที่เหลืออยู่เที่ยวสุดท้าย ต้องนั่งรออยู่นานกว่ารถจะออก

 

พอสองทุ่ม เราก้อมานั่งอยู่บนรถ มีมี่ไปหยิบผ้าห่มให้ฉัน ตอนนั้นบนรถมีปัญหาเรื่องผู้โดยสารเอาแมวขึ้นมา จนป่านนี้ฉันยังไม่รู้ชะตากรรมแมวตัวนั้นเลย

ระหว่างหลับบนรถฝันถึงมีมี่ด้วย นั่งรถทัวร์รู้สึกดีกว่านั่งรถตู้เยอะ แปบเดียวรถก้อมาจอดตรงข้าม รร แล้วน้องชายมีมี่ก้อมารับเข้าบ้านมีมี่ที่อยู่แถวท่าช้าง

วันอังคารที่ 18 มีนาคม 2557

ตอนสาย ๆ เราส่งน้องสาวมีมี่ไปรับผลสอบที่ รร โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ แล้วไปซื้อหมวกกันน็อกแถวตลาด ฉันเลือกสีเหลืองดำ ส่วนมีมี่เลือกแบบเต็มใบสีแดงดำที่โปรดปราน

เพิ่งเคยเห็นร้านขายหมวกกันน็อกโดยเฉพาะก้อที่นี่แหละ มีให้เลือกเยอะ ราคาก้อไม่น่าเกลียด มีบริการเปลี่ยนหน้ากาก เปลี่ยนอะไหล่ด้วย ครบวงจรจริง ๆ

หลังจากได้ Helmet ก้อขับมอไซด์ลั้ลลาได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวตำรวจปรับ

มองร้านรวงข้างทางแล้วเปรียบเทียบกับที่ ๆ เคยอยู่มา ที่นี่มีห้างร้านอยู่เป็นกระจุก ถ้าอยากได้อะไร ไม่ต้องกลัวว่าจะขัดใจ ตัวเลือกเยอะมากจริง ๆ ร้านข้าวมันไก่่ที่มีมี่ตั้งใจพาไปกินปิด (วันต่อมาก้อยังปิดอยู่) ก้อเลยไปกินมื้อสายที่ร้านลูกแม่แจ่ม ตรงหัวมุม 4 แยก ที่มีเมนูเป็ดเยอะแยะ มีมี่เองก้อยังไม่เคยเข้ามากิน เลยตัดสินใจกินเป็นมื้อแรกของทริปเที่ยวจันนี้ (ภาค 2 แระ) 

บะหมี่เป็ดตุ๋นถือว่าใช้ได้ แต่สู้ที่นครนายกไม่ได้ ด้วยความหิวโหยเลยสั่งข้าวหน้าเป็ดพะโล้มาแบ่งกันกินคนละครึ่งกะมีมี่ รสชาติไม่ต่างจากข้าวขาหมูเลย

หลังกินเสร็จ อิ่มมาก ต้องเว้นช่วงสักพักก่อนไปว่ายน้ำในสระ ระหว่างนั้นก้อส่งมีมี่ไปแจ้งใบขับขี่หายที่ขนส่ง มีมี่ก้อได้ใบขับขี่ใหม่มา

  

แล้วเวลาที่เรารอคอยมานานก้อมาถึง เราไปว่ายน้ำ (มีมี่ดำผุดดำโผล่) กันที่ในค่ายทหาร

ฉันใส่ชุดว่ายน้ำลดราคาที่เพิ่งซื้อมาจากงาน SportWorld ที่เมืองทอง ฯ รู้สึกหุ่นดีกว่าสมัยยังเรียนอยู่ ส่วนมีมี่มีพองขึ้น แต่ก้อน่ารัก ///></// เห็นมีมี่ถอดท่อนบนแล้วหัวใจจะวาย

ที่นี่มีสอนว่ายน้ำโดยทหาร เด็กมาเรียนว่ายน้ำกันเยอะมาก ยิ่งบ่ายเด็กก้อยิ่งทยอยมาเรื่อย ๆ สักพัก เราไม่มีพื้นที่เลย เนื่องจากเด็กเริ่มเรียนว่ายน้ำกันแล้ว และเรียนวันละหลาย ๆ ชั่วโมงด้วย ตอนฉันอายุเท่าเด็กพวกนี้ ยังว่ายไม่เป็นเลย

 

ว่ายได้ไม่นานเหมือนที่หวังไว้ แชมพูกับสบู่เหลวที่ขนไปก้อไม่ได้ใช้ ตัดสินใจกลับไปอาบบ้านมีมี่ดีกว่า ตอนออกมารองเท้าเต็มไปหมดเลย

เดินออกมาจากสระสักพักก้อรู้สึกหิว เลยซื้อไก่ย่างไม้นึงมาแบ่งกันกิน น่าเสียดายที่แม่ค้าไม่ทำตำข้าวโพดไข่เค็มอย่างที่เห็นในป้ายเพราะไม่มีข้าวโพด เป็นเมนูที่เราเพิ่งมาเห็นที่จันเนี่ยแหละ

นั่งกินไก่ที่รถไฟของเล่น พอไก่หมดก้ออยากกินอีก เป็นไก่ย่างที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา นุ่ม มัน ชุ่มฉ่ำมาก เลยซื้อเพิ่มจ้า เอาไปกินต่อที่บ้านมีมี่

ค่ายดูกว้างขวาง สวยงาม และสะอาดสะอ้านดี มีสนามเด็กเล่น 2 ที่ ขากลับออกมา มีมี่หลงทาง ขับรถวนอยู่ในนั้นฮ่า ๆๆๆๆ

เราไปเที่ยวกันต่อในมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ที่ ๆ พ่อมีมี่ (ซึ่งแยกกันอยู่) สอนอยู่

เราจอดรถไว้ แล้วเดินเล่น แดดแรง แต่มีร่มเงาจากต้นไม้มากกว่าองครักษ์ซะอีก

 

บรรยากาศร่มรื่น สงบ เดินไปเหมือนที่แห่งนี้มีแค่เราสองคน ก้อว่ากันไป

มีมี่ขับรถพาชมรอบ ม ทีนี่มีดงเปลี่ยวเยอะเหมือนกัน ก่อนออกจากที่นี่ มีมี่ชี้ให้ดูบ้านพักสมัยเด็ก เล่าเรื่องการเดินมารอรถรับส่งไป รร เรื่องขี่จักรยานลงบันไดสูงชันใกล้ ๆ บ้านพัก

เราไปนั่งรอรับน้องสาวมีมี่ที่บ้านนิรมล เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว เครื่องดื่ม ของที่ระลึก ตั้งอยู่ในโรงเรียน เราแวะซื้อไอติมร้อยชั่งมานั่งกิน แท่งละ 15 บาท ถึงรสชาติแท้ ๆ แต่ก้อหวานมาก

สะดุดตาโต๊ะในโซนเครื่องดื่มที่ทำจากโอ่ง เวลานั่งก้อต้องแหกขานิดนึงถึงจะนั่งสบายจ้า

พอกินไอติมเสร็จ มีมี่ตัวเด็กก้อไปสั่งโตเกียวหน้า รร มากินกันคนละสองอัน มีมี่บอกว่าคิดถึงตอนเป็นเด็กเลย มีมี่ก้อสั่งแต่ไส่นี้แหละ

ได้เวลา 4.30 น แล้ว แต่มีมี่วางแผนว่าจะเดินถ่ายรูปเล่นจนกว่าน้องสาวจะโทรบอกให้มารับ นี่ก้อเป็นการแวะมาถ่ายรูปอาสนวิหารที่อยู่ใกล้ ๆ รร เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งนี้ภาพถ่ายออกมาไม่มืดเหมือนเมื่อเกือบสองปีก่อน

 

เราเดินข้ามสะพานไปชุมชนริมน้ำจันทบูร มองจากสะพานเห็นนักท่องเที่ยวมากันหลายกลุ่ม

ถึงหัวสะพานอีกฟากเจอป้ายแผนที่ใหญ่ ๆ ทำได้สวยดี รู้สึกสะดุดตากับไอติมจรวด เลยเริ่มภารกิจตามหามากิน

เราเดินไปตามถนนแคบ ๆในชุมชนที่ดูคลาสสิค อาคารไม้เก่า ๆ ที่คุ้นตา บางหลังก้อเปลี่ยนไป บางหลังหายไปแล้ว มีร้านอาหารประปรายตลอดทาง ทั้งเปิดและปิดในเวลานี้ และของฝากท้องถิ่นที่ทำเองในร้าน ที่นี่ยังเงียบสงบเหมือนเดิม เวลาดูผ่านไปช้า ๆ ฉันมองหลังคอมีมี่ นึกอยากให้เวลาแบบนี้อยู่กับเรานาน ๆ

 

ถ้าเดินคนเดียวที่นี่ กว่าจะถึงร้านขายไอติมคงดูเหมือนนานมาก ข้างทางดูเงียบเหงา เหมือนกิจการที่ผ่านยุคสมัยรุ่งเรืองมานานหลายปี (ที่จริงสองรูปนี้มีมี่ถ่ายตอนเดินกลับ รร )

เราซื้อไอศกรีมจรวดมาดูดกันคนละแท่ง แท่งละ 10 บาท ดูเหมือนหวานเย็นมากกว่า หน้าตาคล้ายไอติมที่เคยกินตอนประถม สักพักน้องสาวมีมี่โทรให้ไปรับ เราเดินกลับไปทางเดิมอีกครั้ง

ระหว่างที่กำลังเดิน จากไอติมรูปทรงกระบอก กลายเป็นไอติมหัวจรวด ไอติมกาแฟของฉันกลายเปนโอเลี้ยงที่ละลายไว ต้องรีบดูด

 

เรากลับบ้านมาอาบน้ำ ฉันนอนพักให้หายเพลีย แล้วตอนค่ำ ๆ เราก้อไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ ชิปังโต้ ที่เคยไปกินคราวก่อน

พอสั่งเสร็จฉันก้อไปเข้าห้องน้ำตั้งสองรอบ รู้สึกโล่งมากที่ได้เข้าก่อนไปดูหนังในโรง เมนูอาหารหลากหลายขึ้น หลายเมนูหายไป อร่อย ราคาแพง และปริมาณน้อย  ฉันยังนึกเสียใจกับการสั่งปลาหมึกราดซอส ที่ได้มาแล้วหดกว่าที่คิดไว้เยอะ

เราคุยกันเพลิน กว่าจะเริ่มกินกันอย่างช้า ๆ มีมี่ใจดี ให้เรากินของอร่อย ๆ เสมอ

นั่งกินอาหาร และบรรยากาศกันได้นานมาก หลังจากนั้นก้อมุ่งสู่เป้าหมายสุดท้ายที่รอคอยมานานในวันนี้ เราไปโรงหนัง SF Cinema ในห้าง Robinson เป็นครั้งแรกของฉันเลยทีเดียว ตั๋วหนังถูกกว่าที่คิด 100 บาท ได้ดูโรง 1 ที่มีมี่บอกว่าเป็นโรงที่ดีที่สุดด้วย ที่นั่งมีเหลือหลายให้เลือก

ก่อนเข้าไปดู 300 หนังเรื่องโปรด จู่ ๆ ก้ออยากกินชาบับเบิ้ล จะได้เคี้ยวมันปากระหว่างดู

เสียดายที่ไม่มีโปสเตอร์หนังให้ถ่ายรูปด้วย เหมือนโรงหนังที่เคยเฟื่องฟู โดนลดพื้นที่โดยแผนกของเล่น

300 ภาคนี้ได้อารมณ์สะพรึงไปอีกแบบ ความรู้สึกต่างจากภาคแรก แต่ก้อรู้สึกประทับใจที่ได้ดูในโรง และได้นั่งดูไปพร้อมกับมีมี่